นักวิชาการ-นักวิเคราะห์ ทางออกทำ “เงินดิจิทัล วอลเล็ต” เป็นจริง
ทางออกทำ “เงินดิจิทัล วอลเล็ต” เป็นจริง ไม่เป็นเช่นนั้นอาจ อาจกระทบต่อความอยู่รอดของรัฐบาลนายกฯเศรษฐาได้
นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังจากที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังออกมาประกาศว่า อาจแจกเงินดิจิทัลไม่ทันในช่วงเดือนพฤษภาคมปีนี้
ล่าสุด มีความเห็นจาก นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ที่ออกมาระบุว่า หากจะเดินหน้านโยบายต่อ ควรปรับลดงบประมาณ และปรับเงื่อนไขการแจกเงินแต่หากยังดันทุรังต่อโดยไม่ปรับอะไรเลย อาจกระทบต่อความอยู่รอดของรัฐบาลนายกฯเศรษฐาได้
อาจารย์พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลจะเดินหน้าต่อควรลดขนาดโครงการ หั่นงบประมาณลง จากเดิมที่จะกู้เงิน 500,000 ล้านบาท ควรลดลงมาเหลือ 100,000 ถึง 200,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่เศรษฐกิจไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ชะลอตัว
ส่วนที่มาของงบประมาณ หากปรับลดวงเงิน รัฐบาลอาจเปลี่ยนไปใช้เงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในสภาฯ ยังมีเวลาที่จะโยกงบบางส่วนแต่หากทำไม่ทัน การออกเป็น พระราชบัญญัติเงินกู้ ก็ยังพอทำได้ ถ้ารัฐบาลยอมลดงบประมาณลง
แต่จะต้องไปลุ้นว่าจะขัดกับมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ซึ้งต้องหาข้อสรุปว่าประเทศวิกฤตหรือไม่วิกฤต
เสนอเงื่อนไขการจ่ายเงินใหม่
ขณะเดียวกันยังเสนอให้ปรับเงื่อนไขการจ่ายเงินใหม่ เช่น จ่ายเงินเฉพาะกลุ่มผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีฐานข้อมูลของคนที่ลงทะเบียนไว้อยู่แล้ว หรือนำนโยบายคนละครึ่งกลับมาใช้ เพราะเป็นโครงการที่เห็นผลว่ากระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีพอสมควร และไม่ต้องใช้งบประมาณมากเท่ากับที่รัฐบาลตั้งเอาไว้
เลื่อนแจกเงิน สัญญาณอันตราย
อาจารย์พรายพล ยังกล่าวด้วยว่า การเลื่อนไทม์ไลน์แจกเงินออกไป จากเดิมที่ประกาศไว้ว่าจะแจกเงินในช่วงเดือนพฤษภาคมปีนี้ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีความมั่นใจในการจะดำเนินโครงการเต็มรูปแบบ เหมือนที่เคยประกาศเอาไว้ และยังชี้ว่าเจอปัญหาข้อกฎหมาย และการแสดงความเห็นถึงความเสี่ยงจากหลายหน่วยงาน
หากรัฐบาลยังดันทุรังเดินหน้าโครงการต่อโดยไม่ปรับอะไรเลย อาจมีผลต่อความเชื่อมั่นทางการเมือง โดยเฉพาะความอยู่รอดขอลรัฐบาลนายกฯเศรษฐา ทวีสินด้วย
รายการเที่ยงทันข่าว 18 ม.ค.2567
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)
นักวิเคราะห์ ล่าช้ากว่ากรอบเดิม แต่ไม่ควรเกิน มิ.ย.2567
สอดคล้องกับความเห็นของ นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ซึ่งมองว่า ทางออกหนึ่งของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต คือการใช้งบประมาณปี 68 ซึ่งในแต่ละปีจะมีงบที่เหลือจากปีก่อนสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจนอกจากมาตรการที่ระบุไว้ในงบประมาณ ประมาณ 2-3 แสนล้านบาท
ซึ่งก็เป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีการประเมินว่าหากใช้งบประมาณ 5 แสนล้านบาท จะหนุนจีดีพีได้ประมาณ 0.8% ถ้า 3 แสนล้านบาท ก็คงจะหนุนได้ในระดับประมาณ 0.5 ถึง 0.6%
เมื่อลดขนาดลงมาแล้ว ก็จะลดความกังวลในเรื่องของการถูกลดระดับเครดิต วินัยการเงินการคลัง แต่ก็ต้องแลกมากับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจจะไม่ได้หวือหวาอย่างที่ตั้งใจไว้
อย่างไรก็ตาม นายณัฐพล มองว่า หากมาตรการดิจิทัลวอลเล็ตจะล่าช้ากว่ากรอบเดิม ที่รัฐบาลตั้งใจไว้ในตอนแรกว่าจะแจกเงินให้ทันเดือนพฤษภาคม ก็ไม่ควรเกินเดือนมิถุนายน หรือหากโครงการนี้จะล่าช้าก็ควรจะมีมาตรการอื่นมาชดเชยเพื่อกระตุ้นการบริโภคไปพลางก่อน อย่างเช่น โครงการคนละครึ่ง การดูแลภาคการเกษตร หรือมาตรการช่วยเหลือค่าของชีพเฉพาะกลุ่ม
นายณัฐพล ยังบอกว่า ตอนนี้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติกำลังรอความชัดเชนของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตอยู่ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนห่างหายจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่มานาน
ออปต้า ทำนายผลแข่ง ทีมชาติไทย พบ โอมาน นัดสอง ศึกเอเชียน คัพ 2023
โปรแกรมฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023 รอบแรก นัดสอง 19 ม.ค.67
วันหยุดกุมภาพันธ์ 2567 เช็กวันหยุดราชการ-วันสำคัญ ตรงกับวันไหนบ้าง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB